บทที่ 10 เจ้าทำเป็นหรือ
พอสายตาของหลิงเฟิ่งเหลือบไปเห็นหลี่เฉียงถือใบรับรองยับยู่ยี่เดินออกมา นางก็เปลี่ยนเป้าหมายหันไปทุบตีเขาด้วยเช่นกัน ก่อนจะแย่งใบรับรองมาถือไว้ในมืออีกข้างอย่างรวดเร็ว
“โอ๊ยยย เจ้ากลับมาทำไมอีก นังบ้า!!!” หลี่เฉียงร้องตะโกนไปด้วย แล้วปัดป้องไปด้วย
ครั้งนี้หลิงเฟิ่งนางโกรธจนเลือดขึ้นหน้า จึงไม่ได้ระวังตัวมากนัก หลี่เฉียงสบโอกาสผลักตัวนางจนล้มไปกองกับพื้น เสียงร่างของนางกระแทกจนชาวบ้านที่อยู่ในเรือนได้สติ แล้วรีบเข้ามาช่วยห้ามทันที
“ขวางข้าทำไม ไม่เห็นรึว่านางตีพวกข้าจนเกือบตาย ข้าจะตีนางให้ตายเช่นกัน” หลี่เฉียงถือไม้เอาไว้ในมือ หมายจะเข้ามาทุบตีหลิงเฟิ่งให้สมกับที่นางตีเขา
“หากเจ้าตีภรรยาข้า ข้าจะแจ้งทางการ ที่ผ่านมาคนตระกูลหลี่ชั่วช้าหมายจะปล่อยให้นางอดตายอยู่ภายในเรือน แต่พอเห็นว่านางไม่ตาย จึงได้รับข้อเสนอให้นางแต่งเข้าเรือนตระกูลซ่ง คงคิดว่าหากข้าตาย นางก็คงต้องลงหลุมไปพร้อมกับข้า สิ่งที่พวกเจ้าทำ ยังเรียกว่ามนุษย์ได้หรือไม่ แค่ก แค่ก” เสียงเย็นของชุยหยุนกล่าวจบก็ไอออกมาเสียตัวโยน เมื่อเห็นสายตาของหลิงเฟิ่งที่มองเตือนเขา ว่าท่านยังป่วยใกล้ตายอยู่
“อาหยุน เจ้าออกมาเพื่ออันใด แล้วนี่ยังจะพาเฟิ่งเออร์นางมาด้วย” จูซื่อเมื่อสำรวจหลิงเฟิ่งว่านางไม่ได้บาดเจ็บมากแล้ว จึงเดินเข้าไปประคองร่างของบุตรชายเอาไว้
“เหอะ ไม่ต้องเอาทางการมาอ้างกับข้า เจ้าเรียกนังบ้าว่าภรรยาได้เต็มปาก คงมิใช่ว่า...เข้าหอกับนางแล้วหรอกนะ” หลี่เฉียงมองเยาะเย้ยชุยหยุน
“ต่อให้นางจะเสียสติ ในเมื่อมารดาข้าซื้อนางเพื่อแต่งให้ข้าแล้ว ข้าก็ไม่คิดจะถอดทิ้งนาง เจ้าจะพูดไร้ยางอายเช่นใดก็ได้ ข้าไม่สนใจ แต่หากนับจากนี้ พวกเจ้ายังกล้ารังแกนาง ก็คอยดูว่าข้าจะกล้าแจ้งทางการจับพวกเจ้าไปลงโทษหรือไม่ แค่ก แค่ก”
“เพ้ย!!! หมดเรื่องกันแล้วใช่หรือไม่ หากหมดเรื่องแล้วก็ไสหัวกันไปให้หมด แล้วเอานังบ้านี่ไปด้วย ต่อไปอย่าได้มาเหยียบที่เรือนข้าอีก ไม่ว่านางจะสร้างเรื่องอันใด หรือทำร้ายผู้ใด ต่อไปนังบ้ากับตระกูลหลี่ไม่นับญาติกันแล้ว” หลี่เฉียงขว้างไม้ลงบนพื้นอย่างแรง
หลิงเฟิ่งหลุบตาลงต่ำ นางมิต้องการให้พวกเขาเห็นแววตาอาฆาตของนาง
“ลุกไหวหรือไม่” ชุยหยุนเดินเข้ามาจับข้อมือของนางไว้
“...” หลิงเฟิ่งมิได้ตอบ แต่นางจุกไม่น้อยเลย ที่โดนหลี่เฉียงผลักเมื่อครู่
“ไป ข้าจะพาเจ้าไปส่ง” ป้าเหลียนจัดเสื้อผ้าให้หลิงเฟิ่ง ชุยหยุนจึงได้นึกออก สาเหตุที่พวกตนมาที่เรือนตระกูลหลี่ เพื่อมาเอาเสื้อผ้าของหลิงเฟิ่ง
“ป้าเหลียน เฟิ่งเออร์ นางไม่มีเสื้อผ้าไปที่เรือนข้าเลยขอรับ ข้าจึงได้พานางกลับมาเอาเสื้อผ้า ไม่คิดว่าจะพานางมาเจ็บตัวเช่นนี้”
“ไม่ให้!!! ในเมื่อนางตัดขาดกับตระกูลหลี่แล้ว ข้าวของในเรือน ข้าไม่ให้นางทั้งนั้น” หลี่กวนตะโกนกร้าวออกมา เขาไม่ได้เดินเข้ามาจัดการหลิงเฟิ่งกับหลี่เฉียง เพราะต้องดูอาการของหลี่ซวง
“เหอะ ไม่ให้ก็ไม่เอา เสื้อผ้าข้ามีเยอะแยะ ไป เฟิ่งเออร์ แม่จะทำชุดใหม่ให้เจ้าเอง” จูซื่อเดินเข้ามาช่วยประคองหลิงเฟิ่งอีกคน
หลิงเฟิ่งเองก็ตกใจจนนิ่งค้าง เมื่อจูซื่อเรียกแทนตนเองว่า แม่ กับนาง ภายในหัวของหลิงเฟิ่งสับสนไม่น้อย หากสวรรค์ไม่กลั่นแกล้งนางจนเกินไป ครอบครัวใหม่ของนางในครั้งนี้ คงจะไม่ทำให้ชีวิตของนางเลวร้ายเช่นครั้งที่แล้ว
หัวหน้าหมู่บ้านส่งหนังสือตัดขาดของหลิงเฟิ่งให้ชุยหยุนเก็บเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยพูดให้เขารักษาตัวเองให้ดี เพื่อต่อไปจะได้หายแล้วช่วยมารดาดูแลหลิงเฟิ่ง แล้วจึงได้แยกย้ายกันกลับเรือน
ป้าเหลียนช่วยประคองหลิงเฟิ่งที่ข้อเท้าพลิกกลับมาส่งถึงที่เรือนตระกูลซ่ง นางเอ่ยพูดกับจูซื่อถึงความใจดำของคนตระกูลหลี่ต่ออีกหลายประโยคก่อนที่จะขอตัวกลับเรือนไป
“แม่จะไปทำชุดให้เฟิ่งเออร์ เจ้าพานางไปพักเถิด นี่...เปลี่ยนเองได้หรือไม่” จูซื่อยื่นชุดของนางให้หลิงเฟิ่งเอาไปใส่ชั่วคราวก่อน
“...” หลิงเฟิ่งพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะรับมาถือไว้ในมือ นางกระโดดเป็นกระต่ายขาเดียวเพื่อจะออกไปล้างตัวด้านหลังเรือน
จูซื่อ เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ นางลืมบอกให้ชุยหยุนนำผ้าที่ใส่แล้วของหลิงเฟิ่งมารวมไว้กับเสื้อผ้าของเขา นางจะได้เอาไปซักทีเดียว
“อาหยุน เจ้าเอาเสื้อผ้าของเฟิ่งเออร์...” นางยังไม่ทันพูดจบประโยค ก็เห็นหลิงเฟิ่งที่อาบน้ำสระผมเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งยังซักผ้าเสร็จแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ
“เจ้าทำเป็นรึ” จูซื่อรีบเดินเข้ามาแย่งเสื้อผ้าของหลิงเฟิ่งไปดูว่านางซักสะอาดหรือไม่
“ท่านแม่ เมื่อก่อนนางคงเคยทำ มิดีหรือที่นางยังทำอันใดเองได้” ชุยหยุนรีบเดินเข้ามาแก้ต่างให้หลิงเฟิ่งที่ดูจะตกใจอยู่ไม่น้อย
“เอาเถิด สิ่งใดที่นางไม่รู้ก็ค่อยๆ สอนไป ข้าเองไม่มีบุตรสาว ได้นางมาเป็นเพื่อนคลายเหงาก็ดี” จูซื่อลูบคลำใบหน้าของหลิงเฟิ่ง เพื่อดูว่านางอาบน้ำได้เกลี้ยงเกลาหรือไม่
“ขอรับ” ชุยหยุนรับผ้ามาจากมือมารดา ก่อนจะเดินไปตากให้นางที่ด้านหลังเรือน
“พาเฟิ่งเออร์ไปเช็ดผมเร็วเข้า ประเดี๋ยวนางจะล้มป่วยเสียก่อน เฟิ่งเออร์เจ้าอยากลองเข้าครัวหรือไม่ แม่จะสอนเจ้าเอง” นางเอ่ยถามอย่างเอ็นดู
“...” หลิงเฟิ่งพยักหน้ารับ นางเองก็อยากจะช่วยหยิบจับงานเรือนบ้าง
“เด็กดี เดี๋ยวข้าเย็บชุดให้เจ้าเสร็จแล้วจะเรียกก็แล้วกัน” จูซื่อหมุนตัวกลับไปที่ห้องของนาง เพื่อเย็บชุดที่ทำค้างไว้
นางไม่ได้ทำชุดให้ใหม่ เพียงแต่นำชุดเก่าของนางที่ยังใช้งานได้อยู่มาทำให้หลิงเฟิ่งใส่แก้ขัดไปก่อน หากเข้าเรือนไปส่งผ้าที่ปักเมื่อใด ค่อยหาซื้อผ้ามาทำให้นางเพิ่ม
